วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552

10 ข้อดีของการใช้ Gmail



1. ให้พื้นที่ฟรี ถึง 2.8 GB (และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)พื้นที่เยอะขนาดนี้ คุณสามารถเก็บอีเมลได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องลบทิ้งอีกแล้ว
2. รองรับการใช้งานภาษาไทย เปลี่ยนภาษาบนหน้าจอเป็นอังกฤษหรือไทยตามใจคุณ และแน่นอน Gmail รองรับการส่งข้อความด้วยภาษาไทย
3. หาอีเมลกี่ครั้งก็เจอ ด้วยระบบเสิร์ซอัจฉริยะของ Google คุณก็หาอีเมลหรือแชท ได้เร็วเพียงแค่พริบตา
4. หมดกังวลเรื่องสแปมGmail บล็อกสแปมก่อนที่มันจะเข้าอินบ็อกของคุณ
5. คุยกับเพื่อนได้ในทันที โปรแกรมแชทและอีเมลที่ติดตั้งมาพร้อมกัน ทำให้คุณไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอสลับไปมาให้ยุ่งยากอีกแล้ว
6. เช็คเมลผ่านมือถือ อ่าน Gmail บนมือถือได้ง่ายๆ เพียงแค่ใส่ URL http://gmail.com/app บนมือถือของคุณ
7. จัดอีเมลเรื่องเดียวกันให้เป็นหนึ่งเดียว อีเมลเรื่องเดียวกันที่มีการโต้ตอบไปมาหลายครั้งจะถูกจัดเก็บไว้ด้วยกันโดยอัตโนมัติ คุณจึงหาและอ่านอีเมลทั้งหมดได้ทันที
8.เซฟอัตโนมัติ Gmail ช่วยเซฟและบันทึกร่างอีเมลที่กำลังเขียนอยู่โดยอัตโนมัติ หมดกังวลเรื่องเขียนอีเมลค้างไว้แล้วหายไปก่อนส่งออก
9. Labelsจัดระเบียบให้อีเมลของคุณแบบง่ายๆ ด้วยการแยกเก็บไว้ใน Label
10. เปลี่ยนมาใช้ Gmail ง่ายแค่คลิ๊กโอนถ่ายข้อมูลติดต่อทั้งหมดจาก Outlook, Hotmail, Yahoo! และอีเมลอื่นๆ เข้ามาใช้ใน Gmail ได้อย่างง่ายดาย


การใช้ Gmail

1. รู้จักกับ Gmail
Gmail คือ บริการฟรีอีเมล์ของเว็บไซต์ Google.com ซึ่งมีความพิเศษเหนือกว่าฟรีอีเมล์อื่นๆ ตรงที่ Gmail สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 2500 MB เลยทีเดียว รวมทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมรับ - ส่งอีเมล์อย่าง Outlook Express หรือ Microsoft Outlook ได้อีกด้วยค่ะ
เราสามารถเข้าใช้ Gmail ได้โดยเข้าไปยังเว็บ http://mail.google.com/ ค่ะ

--------------------------------------------------------------------------------
2. ทำยังไงถึงจะได้ใช้ Gmail ??
หากต้องการใช้ Gmail เราต้องให้คนที่ใช้ Gmail อยู่ก่อนแล้ว ทำการส่งอีเมล์ Invite( เชื้อเชิญ) มาหาเรา หรือ จะไปโพสต์ของ Invite Gmail ก็ได้โดยคลิกที่นี่ค่ะ เมื่อได้ Gmail มาเรียบร้อยแล้วเราต้องทำการสมัครเป็นสมาชิกเสียก่อน จึงจะสามารถใช้ Gmail ได้ค่ะ

ขั้นตอนการสมัคร
• หลังจากที่มีคนส่ง Invite ให้เราแล้วจะพบว่ามีอีเมล์ส่งเข้ามาเชื้อเชิญ

• เมื่อ คลิกเข้าไปที่ Link จะเป็นภาษาอังกฤษ สามารถเปลี่ยนการใช้งานเป็นภาษาไทยได้ ทางขวามือ



• กรอกรายละเอียดในส่วนต่างๆ ให้เรียบร้อย




• สามารถเช็คได้ว่า Login Name ที่เลือกใช้ ซ้ำกับรายชื่อสมาชิกที่มีอยู่เดิมหรือไม่ โดยคลิ๊กที่ปุ่ม “ Check availability ” ดังรูป


ถ้า Login Name ที่เลือกใช้ ซ้ำกับรายชื่อสมาชิกที่มีอยู่เดิม ให้เปลี่ยนอีเมล์ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจออีเมล์ที่ว่าง



• หลังจากเสร็จสิ้นการสมัครสมาชิกแล้ว ผู้ใช้สามารถเข้า Sing in เพื่อเข้าใช้งานได้ที่ http://mail.google.com/ก็จะพบหน้าต่างของการใช้งาน Gmail ดังภาพค่ะ














วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552

การติดตั้งเน็ตเวอร์ก

บริการ Outdoor Hotspot ปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายรายที่ติดตั้ง WiFi Hotspot ประเภท Outdoor กระจายทั่วเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีผู้ให้บริกาบอร์ดแบนด์รายใหญ่ที่สุดอย่าง True ได้เปิดให้บริการ TRUE WiFi ไว้มากกว่า 15,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งหากท่านลองออกมานอกบ้าน แล้วใช้ Notebook, PDA หรือ โทรศัพท์มือถือ Scan Wireless Network ดูก็จะพบกับ SSID ที่ชื่อว่า TRUE WiFi อยู่ทั่วเมืองไปหมด นั่นหมายความว่าขณะนี้กรุงเทพฯได้กลายเป็น WiFi City ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะไปช้อปปิ้งที่ห้าง นั่งจิบกาแฟ หรือแม้แต่ร้านข้าวต้มข้างทาง ก็สามารถหยิบ Notebook หรืออุปกรณ์อื่นๆขึ้นมาท่องเน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายได้อย่างสบายๆ เพียงหาซื้อ Account จากผู้ให้บริการนั้นๆ หรือเลือกใช้โปรโมชั่นที่รวม WiFi Account มาให้ด้วย โดยความเร็วที่ได้รับจาก Outdoor AP นั้น ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว หากอยู่ในสถานที่ที่สัญญาณมีคุณภาพสูง (ที่ทดสอบ สามารถทำได้มากกว่า 1Mbps เลยทีเดียว) อยากใช้แต่ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แน่นอนว่าการติดตั้ง Outdoor AP ดังกว่าวคงไม่สามารถติดตั้งได้ครอบคลุมไปถึงสถานที่ที่เราอยากใช้ได้อย่างทั่วถึงในทันที และสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการใช้งานพอสรุปได้ดังนี้คือ ระยะทางโดยทั่วไปแล้ว Wi-Fi Adaptor ที่ติดตั้งอยู่กับตัว Laptop หรือ PC นั้นจะมีกำลังส่งจำกัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อประหยัดพลังงาน และการออกแบบส่วนใหญ่จะหวังผลการทำงานในระยะ 30-50 เมตรเท่านั้น กำลังส่ง & คุณภาพสัญญาณธรรมชาติของย่านความถี่ 2.4Ghz ที่จะลดทอนลงอย่างมากเมื่อผ่านสิ่งกีดขวางเช่น กำแพง ปูน กระจก เหล็ก เป็นต้น ซึ่งทำให้สัญญาณจาก AP นอกอาคารไม่สามารถผ่านเข้ามายังจุดที่ต้องการใช้งานได้ และคอมพิวเตอร์ของเราเองก็ไม่สามารถส่งสัญญาณกลับไปถึงได้เช่นกัน ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ;D note: วิธีที่เราแนะนำต่อไปนี้ ไม่จำกัดเฉพาะสินค้าของยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น ขอบอกให้พอเป็น idea แล้วอาจจะต้องนำไปปรับใช้กับอุปกรณ์แต่ละตัวอีกที Solution1 : ใช้ USB Wi-Fi Adaptor ที่มีกำลังส่งสูงกว่าปกติวิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด โดยเพียงใช้ USB Adaptor ที่มีกำลังส่งสูงเพียงพอ โดยใช้ เพียงอุปกรณ์มาตรฐานแต่หากว่าระยะทางไกลเกินไป หรือมีสิ่งกีดขวางมาก ก็เพียงต่อสายอากาศการ USB รุ่นที่สามารถเปลี่ยนเสาได้ ไปยังเสาอากาศภายนอกอาคาร โดยแนะนำให้สายอากาศไม่ควรยาวเกิน 3-5 เมตร และแนะนำให้ขยายสาย USB จาก Computer ไปให้ใกล้กับจุดเชื่อมต่อสายอากาศภายนอกอาคารมากที่สุด เพื่อลดระยะทางของสายอากาศ ซึ่งจะประหยัดและได้คุณภาพสัญญาณที่ดีกว่าSolution 2:ใช้ Indoor AP และใช้งานในโหมด Client Bridgeกรณีที่บ้านอยู่ไม่ห่างจาก Outdoor AP ตัวส่งมากนัก ก็สามารถใช้ AP ที่มีโหมด Client Bridge เชื่อมต่อไปยัง Outdoor AP ได้ โดยไม่ต้องต่อสายอากาศภายนอกกรณีที่ AP ในบ้านไม่สามารถเชื่อมต่อไปยัง Outdoor AP ได้ ก็สามารถลากสายอากาศจาก Indoor AP ไปยังเสาอากาศ แบบ Panel ที่ต้องติดตั้งนอกอาคาร แต่มีข้อจำกัดคือ ระยะสายอากาศนั้น ไม่ควรเกิน 3-5 เมตร เพราะอาจจะทำให้สูญเสียสัญญาณไปมากSolution 3: ใช้ Outdoor AP ที่มีเสาอากาศติดตั้งมาด้วยใช้ Outdoor AP เพื่อเชื่อมต่อไปยัง AP ของผู้ให้บริการ โดยตั้งค่า AP ของเราให้เป็น Mode Client Bridge และทำการ Login ที่เครื่อง PC ก่อนใช้งานเช่นเดิมข้อดีคือ จะได้รับสัญญาณที่มีคุณภาพสูงที่สุด เพราะจะเกิดไม่เกิดการสูญเสียสัญญาณระหว่าง AP กับเสาอากาศ โดยสายที่ติดตั้งภายนอก จะมีเฉพาะสาย UTP ที่มีทั้ง Data และ Power วิ่งไปบนสายเดียวกันข้อเสียคือ ต้นทุนสูง

การใช้งาน msn

ก่อนอื่นขออธิบายสักหน่อยก่อนนะค่ะ เพื่อความเข้าใจmsn ( chat ) คืออะไร ?อธิบายอย่างง่ายๆ ก็คือ โปรแกรมที่ใช้ในการสนทนาลักษณะการใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก
วิธีการติดตั้ง msn ( chat ) ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
ก่อนอื่นคุณต้องมี Email Address ที่นามสกุล hotmail หรือ msn ก้อด้ายนะ ( ถ้าไม่มีไปสมัครที่ http://www.hotmail.com )
เมื่อสมัครเสร็จแล้ว ให้ login เข้าไปในหน้าสำหรับเช็คเมล์
คลิ๊กที่ Home สังเกตขวามือจะเห็นรูปผีเสื้อตัวโตๆๆ เขียนว่า msn..
ให้คลิ๊กเข้าไป แล้วดาวโหลดโปรแกรม msn ตามขั้นตอน
หลังจากดาวโหลดเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านสังเกตมุมด้านล่างขวามือสุด ท่านจะเห็น ตัวตุ๊กตาสีเขียว มีเครื่องหมายกากบาท….. สีแดง
ให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ตัวการ์ตูน
จะขึ้นหน้าจอ MSN Messenger
ให้คลิ๊กที่ "Click here to sign-in"
จะขึ้นกรอบสีน้ำตาล ให้ท่านกรอกรายละเอียดSign-in name…………………ให้กรอก email address ของท่านPassword ……………………..ให้กรอก Password ของท่านแล้วคลิ๊ก OK
เครื่องจะทำการ singin เข้าระบบให้ เมื่อเข้าระบบเรียบร้อยแล้ว สังเกตตัวการ์ตูนที่มุมขวาล่างจะไม่มี กากบาท สีแดง แล้ว
ขั้นตอนการหาคนมาคุยด้วย ( คนที่เราต้องการคุยด้วยจะต้องมีโปรแกรม msn ติดตั้งไว้ในเครื่องเช่นเดียวกันนะครับ )
ต่อจากขั้นตอนที่ 10 นะเราจะอยู่ที่หน้า MSN Messenger
มาที่เมนู Tools เลือก Add a Contact คลิ๊ก Next….ใส่ e-mail address ของเพื่อนเราหรือคนที่เราต้องการคุยด้วย
คลิ๊ก Next อีกครั้ง จากนั้นคลิกที่ Finish (((((( เสร็จกระบวนการ )))))))
***** ในหน้า msn Messenger หลังจาก add คนที่เราต้องการคุยด้วยหรือเพื่อนของเรา เรียบร้อยแล้ว ให้สังเกตที่ชื่อของคนที่เรา add- ถ้าเค้าออนไลน์ ตัวการ์ตูนจะเป็น สีเขียว- ถ้าเค้าไม่ออนไลน์ ตัวการ์ตูนจะเป็น สีแดง
ถ้าเราเห็นตัวการ์ตูนเป็น สีเขียว ที่ชื่อของเพื่อนเราคนไหน ถ้าเราต้องการคุยด้วยให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ตัวการ์ตูนได้เลย
จะมีหน้าต่างอันใหม่ปรากฎขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มการสนทนาได้ตามอัธยาศัย
สำหรับเทคนิคและวิธีการอื่นๆ ก็ค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วกันนะครับ ( เราเชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถของคุณ...คุณทำได้ )

การใช้ www. hotmail.com

1. การ login ลงชื่อเข้าใช้


เริ่มโดยการให้ไปที่ URL ของ hotmail คือ http://www.hotmail.com/ จากนั้นจะได้หน้า homepage ของ hotmail ดังภาพ
จากนั้นให้ทำการ Login เข้าสู้ระบบ ดังขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอน
1. ที่กรอบ Sign-in ให้กรอรกข้อความดังต่อไปนี้





ที่ช่อง E-mail Address: ให้กรอก user หรือ e-Mail Address ที่ได้รับหลังจากการสมัครสมาชิกที่ hotmail
ที่ช่อง Password: ให้กรอก Password ที่ได้รับเช่นเดียวกัน ดังภาพ






2.เมื่อท่านกรอก e-Mail Address และ Password ถูกต้องแล้วจะได้หน้าจอดังภาพ


จากนั้นท่านก็สามารถใช้บริการ e-Mail ได้ตามลำดับ

วิธีการใช้ Google อย่างชาญฉลาด

Google เป็นตัวสืบค้นที่ทุกคนรู้จักกันดี แต่จะมีสักกี่คนที่จะใช้มันให้สืบค้นได้ตรงเป้าหมายอย่างที่ใจต้องการ ต่อไปนี้เป็นวิธีการใช้งาน Google อย่างชาญฉลาด ลองดูวิธีการ key คำหรือประโยค เพื่อให้ได้ผลการสืบค้นตามที่คุณต้องการ1.Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back... (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ)2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำพวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back +to nature หรือ final fantasy +x4. Google สามารถกันขอบเขตการค้นหาให้เล็กลงด้วยการใช้ Advanced Search หรือ การค้นหา แบบพิเศษ ใน Google ภาษาไทย5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนตรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยวกับดนตรีออกโดยพิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น "front mission 3" -filetype:pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย " " เช่น "Breath of fire IV"7. Google สามารถแปลเว็บภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า "Translate this page" ด้านข้างชื่อเว็บ)8. Google สามารถหาไฟล์ในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ HTML ได้ ประเภทไฟล์ที่รองรับคือAdobe Portable Document Format (นามสกุลของไฟล์ pdf)Adobe PostScript (นามสกุลของไฟล์ ps)Lotus 1-2-3 (นามสกุลของไฟล์ wk1, wk2, wk3, wk4, wk5, wki, wks, wku)Lotus WordPro (นามสกุลของไฟล์ lwp)MacWrite (นามสกุลของไฟล์ mw)Microsoft Excel (นามสกุลของไฟล์ xls)Microsoft PowerPoint (นามสกุลของไฟล์ ppt)Microsoft Word (นามสกุลของไฟล์ doc)Microsoft Works (นามสกุลของไฟล์ wks, wps, wdb)Microsoft Write (นามสกุลของไฟล์ wri)Rich Text Format (นามสกุลของไฟล์ rtf)Text (นามสกุลของไฟล์ ans หรือ txt)วิธีใช้ filetype:นามสกุลของไฟล์ เช่น "Chrono Cross" filetype:pdf หมายความว่าเอกสารของ Chrono Cross ที่เป็น PDF และมันยังมีความสามารถดูไฟล์เหล่านั้นในรูปแบบของ HTML ได้ (โดยคลิ้ก View as HTML หรือ รูปแบบ HTML ใน Google ไทย)9. Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคลิ้กที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บบางเว็บที่อาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลก่อนถูกลบ (ใหม่สุดที่มันจะมีได้)10.Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าที่คล้ายกัน ใน Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากำลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถนี้จะช่วยให้หาข้อมูลได้มากมายในเวลาที่รวดเร็วโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง keyword11.Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดที่เชื่อมไปยังเว็บนั้นได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น link:www.google.com แต่คุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ร่วมกับการหาแบบอื่นๆ ได้12.Google สามารถค้นหาเว็บที่จำเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คำที่คุณต้องการเจาะจง site:ชื่อ URL เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission site:www.stanford.edu13.ถ้าคุณมีเวลาน้อย (และคิดว่าโชคดี) Google มีบริการการค้นหาด่วน (ชื่อบริการ I'm Feeling Lucky) โดยที่ Google จะนำเว็บที่อยู่ลำดับแรกของการค้นหา ส่งให้คุณเลย (link ไปเว็บนั้นให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเว็บมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์ Stanford แล้วกด I'm Feeling Lucky หรือ ใช่เลย! เจอแน่ๆ ใน Google ไทย14.Google สามารถหาแผนที่ของสหรัฐอเมริกาได้โดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พร้อมด้วยชื่อรัฐ เช่น 165 University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการส่งแผนที่คุณภาพสูงมาให้คุณ15.Google สามารถหาเบอร์โทร (เฉพาะอเมริกา) หรือพิมพ์เบอร์โทรแล้วหาบริษัทได้โดยพิมพ์first nam

ปัญหาความปลอดภัยกับการใช้อินเทอร์เน็ต

ปัญหาที่เกิดจากการบุกรุกและการโจรกรรม มีแนวโน้มที่จะมีมากขึ้นและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงถึงกันและกัน และมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนที่จะมีทั้งคนดีและคนร้ายที่แอบปะปนกัน...
ในช่วงระยะเวลาเดือน - สองเดือนที่ผ่านมา ข่าวคราวจากหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชนได้ลงเรื่องราวเกี่ยวกับ การโจรกรรม และปัญหา ที่เกิดจากแฮกเกอร์ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ปัญหาที่เกิดจากการบุกรุก และการโจรกรรมมีแนวโน้ม ที่จะมีมากขึ้น และมีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เชื่อมโยงถึงกัน มีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนที่มีทั้งคนดี และคนร้ายที่แอบปะปนมา ประจวบกับกิจการทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กำลังได้รับ ความนิยม และมีผู้ใช้บริการซื้อของ ผ่านอินเทอร์เน็ตกันมาก มีการโอนรายการ หรือการส่งผ่านรหัสบัตรเครดิต เพื่อการซื้อขายสินค้า และบริการต่าง ๆ อีกทั้งข้อมูลหลายอย่างในอินเทอร์เน็ต และข้อมูลดำเนินการภายในองค์กร มีความสำคัญเป็นที่หมายปองของผู้บุกรุก เพื่อดำเนินการบางอย่าง ที่ผูกพันกับผลประโยชน์ต่าง ๆ แฮกเกอร์คือ บุคคลที่อยู่ในมุมมืด แอบแฝงเจาะด่านป้องกันต่าง ๆ ของระบบเครือข่ายและเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเป้าประสงค์ต่าง ๆ กัน ตั้งแต่เข้าทำลายระบบและข้อมูลข่าวสาร เปลี่ยนแปลงแก้ไข ลักลอบคัดลอกข้อมูล ล้วงความลับ รวมถึงสร้างความปั่นป่วนให้กับวงการผู้ใช้ได้มาก การดำเนินงานของแฮกเกอร์ มีเทคนิควิธีการที่เผยแพร่กัน ในกลุ่มแฮกเกอร์อยู่มาก ตั้งแต่การเจาะผ่านพอร์ตที่เปิดบริการ การยิงข้อมูล จำนวนมากผ่านพอร์ต บริการให้เกิดโอเวอร์โฟล์ว เพื่อเครื่องจะได้ทำงานผิดปกติ การฝ่าด่านเจาะรูโหว่ของระบบ เพื่อควบคุมระบบ และสามารถเข้าสู่การเป็น ซูเปอร์ยูสเซอร์ของระบบ การดำเนินการยังนำเอา รหัสผ่าน ซึ่งเป็นรหัสที่ผ่านการเข้ารหัสแล้ว ไปถอดด้วยโปรแกรมหรือเครื่องมือการถอดรหัส เพื่อให้ได้อักขระรหัสผ่านของผู้ใช้
สิ่งที่สำคัญคือ บนเครือข่ายมีข้อมูลไหลผ่านจำนวนมาก แฮกเกอร์สามารถวางโปรแกรมประเภท network monitor ที่คอยเก็บข้อมูลที่ผ่าน ไปมาบนเครือข่าย มาวิเคราะห์หารหัสผ่าน หายูสเซอร์เพื่อจะตามเข้าระบบทีหลัง โปรแกรมที่แฮกเกอร์วางไว้มีมากมาย และแพร่หลาย การ ดักฟังข้อมูลวิธีนี้ เป็นวิธีที่แฮกเกอร์ชอบดำเนินการ โดยเฉพาะการดักที่ เกตเวย์สำคัญ การดักในเครือข่ายอีเทอร์เน็ต ที่ข้อมูลมีลักษณะกระจาย (boardcast) จะได้ข้อมูลจำนวนมากมา ทำการวิเคราะห์หารูรั่ว และตามเข้าระบบได้ภายหลัง การวางโปรแกรมเจาะระบบ อีกอย่างหนึ่งคือ ใส่ฝังมากับโปรแกรมแจกฟรีต่าง ๆ เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดโปรแกรมมา หรือรันโปรแกรมที่ได้ มาจากอีเมล์ และเรียกรันโปรแกรม โปรแกรมประเภท network monitor หรือไวรัส หรือโทรจันฮอส จะออกมาฝังตัวแอบซ่อนอยู่ใน เครื่องไคลแอนด์ของผู้ใช้เฝ้าดูเครือข่าย วิเคราะห์และส่งข้อมูล กลับให้ผู้วางโปรแกรมนั้น วิธีการที่แฮกเกอร์ใช้มีมากมาย เพราะทุกเส้นทางที่เปิดบริการ ทุกพอร์ตที่มีให้เข้าใช้บริการ เป็นจุดทางเข้าของแฮกเกอร์ได้ทั้งนั้น ดังนั้นพอร์ต หรือเส้นทางเข้าที่ไม่จำเป็น จึงไม่ควรเปิดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม บนอินเทอร์เน็ตต้องมีบริการต่าง ๆ เช่น การบริการเมล์ การบริการ FTP การบริการ telnet การบริการ Web ทุกการบริการ จึงต้องมีระบบดูแลความปลอดภัย ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เกิดบนเครือข่ายคือ เมล์ขยะ หรือ spam mail เมล์ระราน เมล์โฆษณาขายสินค้า เมล์บอมบ์ ตลอดจนเมล์ที่เป็น จดหมายลูกโซ่ ปัญหาเหล่านี้ นับวันจะรุนแรง เพราะเมล์บอมบ์ ทำให้ระบบเซิร์ฟเวอร์ หยุดทำงานได้ หรือหากมีใครที่เป็นสมาชิกส่งเมล์ ถึงทุกคนในเซิร์ฟเวอร์ ปริมาณเมล์จะมากมายมหาศาล จนระบบอาจไม่ตอบสนอง หร ือหยุดการทำงานได้ สิ่งที่เป็นปัญหาเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เว็บไซส์หลายแห่งได้รับคือ การโจมตีจากการเรียกใช้พร้อม ๆ กัน จนทำให้เซิร์ฟเวอร์ให้บริการไม่ได้ และหยุดการทำงาน การโจมตี ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นจากแฮกเกอร์ เข้าบุกทำลายเครื่องบนเครือข่ายจำนวนมาก และแอบวางโปรแกรมไว้ ภายในเครื่อง พร้อมตั้งเวลา เพื่อส่งคำขอใช้ระบบไปที่ เป้าหมายพร้อมกันจำนวนมาก ๆ จนทำให้เซิร์ฟเวอร์โอเวอร์โหลด
ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาร่วมกันของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ดังนั้น ผู้ใช้ทุกคนต้องร่วมมือกัน ข้อแนะนำเบื้องต้น ในการใช้คอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอย่างปลอดภัยมีดังนี้ - ผู้ใช้พึงระลึกและเข้าใจว่า นโยบายการรักษาความปลอดภัยขององค์กร เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น จึงควรให้ความร่วมมือกับองค์กร และปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด - ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุกเดือน - ไม่ควรให้ข้อมูลใด ๆ กับผู้ที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับนิสิตผู้ใช้ ไม่ควรให้ข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ของผู้ปกครอง หมายเลขโทรศัพท์กับบุคคลที่ไม่เคยรู้จักตัว - ไม่ควรแชร์ Account ให้ใช้งานหลายคน - รหัสผ่านควรต้องมีความยาวเกินกว่า 8 ตัว และจะต้องเป็นคำที่ ไม่มีในพจนานุกรม ควรมีอักษรพิเศษร่วมอยู่ด้วย - ไม่ควรดาวน์โหลด โปรแกรมจากแหล่งข้อมูล ที่ไม่รู้จัก หรือถ้าได้รับโปรแกรม ที่ส่งมาให้ทดลองจากคนไม่รู้จัก ไม่ควรที่จะเรียก รันบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ - หากมีนโยบายการใช้ proxy ควรใช้ proxy เพราะ proxy มีส่วนช่วยในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยได้ทางหนึ่ง - ในการ login ทุกครั้ง ให้ตรวจดูว่า ครั้งก่อนที่ login เป็นตัวเราเองหรือไม่ ถ้าพบผู้บุกรุกให้แจ้ง admin และผู้ดูแลระบบ ทราบทันที - ไม่เปิดเครื่องที่ login ค้างไว้ โดยที่ตัวเองไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน - ติดตั้งรหัสผ่านที่ BIOS และที่ระบบปฏิบัติการ - หลีกเลี่ยงการใช้ ICQ หรือถ้าจะใช้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และเข้าใจ - ควรมีการสแกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ - ทำสำเนาข้อมูลไว้อย่างสม่ำเสมอ - ไม่ควรเก็บเมล์หรือเอกสารสำคัญไว้ในเมล์บ็อก ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ควรเก็บไว้ในเครื่องไคลแอนต์ของตนแลดูแลเฉพาะ



ที่มา : http://www.school.net.th